“ร่องนายกฯ พิพัฒน์” เป็นประธานนำ กทพ. ผนึก 4 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ลงนาม MOU ศึกษาความเหมาะสม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย บูรณาการคมนาคม–สาธารณูปโภค หนุนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน
วันนี้ (19 ธันวาคม 2568) เวลา 09.30 น. ณ หอประชุม 0101 ชั้น 1 อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการดำเนินโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงานสาธารณูปโภค ระหว่าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค และพันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม
.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในวันนี้ เป็นการแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ซึ่งมีศักยภาพในการเป็นโครงข่ายหลักด้านคมนาคมควบคู่กับการรองรับระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เป็น จุดเริ่มต้นของการศึกษาความเหมาะสมของโครงการในทุกมิติอย่างรอบด้านทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน โดยให้ความสำคัญกับความรอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง
.
นายพิพัฒน์ เพิ่มเติมว่า กระบวนการศึกษาจะให้ความสำคัญกับ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการพิจารณาการเชื่อมโยงระบบคมนาคมรูปแบบอื่น โดยเฉพาะสนามบินสุราษฎร์ธานีและสนามบินนครศรีธรรมราช ซึ่งมีศักยภาพรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวในอนาคต รวมถึงการวางแผนรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวและการจัดการความแออัดบนเกาะสมุยอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่โดยรอบ อาทิ อำเภอขนอมและอำเภอสิชล โดยย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยความรับผิดชอบ ไม่เร่งรัด สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนต่อประชาชนในระยะยาว
.
การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมของ 4 หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ ในการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน น้ำประปา และโทรคมนาคม ให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บนโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนของประเทศ แต่ยังยกระดับความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภค รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนบนเกาะสมุยและพื้นที่ใกล้เคียง