หน่วยบริหารและจัดการกองทุนด้านการพัฒนาคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมกับพันธมิตร บริษัท โค้ด คอมแบท (เอสอีเอ) จำกัด ผู้สนับสนุนบริษัทเอมาเทค เทคโนโลยี ไทยแลนด์,มิวซ์ อินโนเวชั่น จำกัด และเครือข่ายนักวิจัยทั่วประเทศไทย จัดงาน “CODING ERA ‘Next Wave of Thailand’s Education ยุคโค้ดดิ้ง :คลื่นลูกใหม่แห่งการศึกษาไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 -18 มีนาคม 2566
วันที่ 17 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 น.มีพิธีเปิดงาน ณ ลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยมี ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กล่าวรายงาน จากนั้น มีการปาฐกถาพิเศษ ” Brain power Development in coding and Artificial intelligent Skills for Thailand Transformation การพัฒนาคนด้านโค้ดดิ้ง และปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยในอดีตว่า การที่เชื่อว่าเดิมประเทศไทยเป็นประเทศปิด เป็น close society แล้วมาถูกฝรั่งสมัยอาณานิคมทำให้เปิด รัชกาลที่ 5 ท่านก็เลยต้องเปิดประเทศ จากนั้นมาก็ค่อยๆ เรียนรู้การเปิดประเทศ แต่นี้เป็นประวัติศาสตร์ที่ตีความแบบที่คิดว่าคลาดเคลื่อน ประวัติศาสตร์ไทยจริงๆ มันเริ่มจากโลกาภิวัตน์ แถบที่เราอยู่เขาเรียกว่าสุวรรณภูมิ มันเป็นที่มีความหมายขึ้นมา เพราะจีน อินเดีย เปอร์เซีย ยุโรป ค้าขายกันทั้งโลก เป็นระบบ Global การค้าทางเรือและภูมิศาสตร์ประเทศไทยโดดเด่นมาก เพราะมันอยู่คั้นเอาไว้ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับแปซิฟิก เพราะฉะนั้นฝรั่งอยากมาค้าขายกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งจีนทั่วโลกก็อยากจะมาค้าขายด้วย เพราะมักจะรวยที่สุดของโลกอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นฝรั่งก็จะดั้นด้นมา เปอร์เซีย อินเดียก็ต้องดั้นด้นมาเพื่อมาค้าขายกับจีนแต่จะมาค้าขายกับจีนได้ ก็ต้องผ่านสุวรรณภูมิผ่านสยาม ในทางกลับกันจีนก็ค้าขายกับพวกตะวันตกก็ต้องผ่านประเทศสยามนี้ เพราะฉะนั้นเราเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาได้ พร้อมๆ กับ Globalisation เราก็รับเอาอริยธรรม ซึ่งเราคิดว่าเป็นของไทยเราจริงๆ แล้วยืมเขามา ไม่ว่าจะเป็นพุทธ พราหมณ์ วิธีการอะไรต่างๆ ที่ดูคลัง ศักดิ์สิทธิ์ เรา adap เขามาหมดเราอยู่ในโลกยุค Globalisation เมื่อ 2 พันปีที่แล้วที่มีการค้าขายทางไกลทางทะเลเราก็อยู่มาได้และดูวิธีที่กษัตริย์ของเราเลือกที่จะเอาอยุธยาเป็นเมืองหลวงและตั้งมั่นอยู่ตรงนี้ 400 กว่าปี อันนี้ก็โดดเด่นมาก แสดงว่า ชนชั้นปกครองของไทยเนี้ยเลือกที่จะให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่กับโลก ถ้าเมืองหลวงของเราตั้งอยู่ที่อุดร ตั้งอยู่ที่ลำปาง ประเทศไทยจะเป็นอีกอย่าง จะคล้ายกับพม่าที่เมืองหลวงตั้งอยู่ที่อังวะ มัณฑะเลย์ พุกาม ซึ่งอยู่ห่างทะเลเป็นพันกิโลเมตรหมด อันนี้ก็จะบอกว่าคนไทยมีความคิดเชิงยุทธศาสตร์และความคิดเชิงภูมิยุทธศาสตร์อยู่เยอะทีเดียว เพราะฉะนั้นท่านก็ปักหลักอยู่อยุธยาไม่ย้ายไปที่ไหนเลย นานมาก เสียกรุงครั้งที่ 1 ไปก็กลับมาตั้งที่อยุธยา พอเสียกรุงครั้งที่ 2 พระเจ้าตากกับรัชกาลที่ 1 ต่อมาท่านก็ไม่เลิกที่จะกลับขึ้นบก เลือกที่จะลงทะเลเพิ่มเติม คือมาอยู่ที่กรุงเทพฯ อยู่ที่กรุงธนบุรี กรุงธนบุรีกับกรุงเทพทีจริงแล้วมันเป็นเมืองเดียวกัน มันเป็นเมืองท่าของอยุธยา แทนที่จะอยู่ที่อยุธยาก็มาอยู่ที่เมืองท่าของอยุธยาเดิมเลยและอยู่มาแล้ว 250 ปี นานมากเหมือนกัน แสดงให้เห็นว่าชนชั้นปกครองของไทยเราสนใจเรื่องการต่างประเทศ สนใจเรื่องโลกมากกว่าที่คนไทยทั่วไปจะเข้าใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กล่าว
จากนั้น มีการปาฐกถาพิเศษ “Thailand Future initiatives towards Coding Era: Transforming Education X Thailand การเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาสู่ยุคโค้ดดิ้ง โดย ดร.โภคิน พลกุล ประธานที่ปรึกษาบริษัทโค้ด คอมแบท (เอสอีเอ) จำกัด

ดร.โภคิน กล่าวว่า ท่าน รมต.เอนก ได้พูดถึงการเชื่อมโยงระหว่างอดีตมาจนถึงปัจจุบันเพราะว่าผมเองก็คุ้นเคยคนรุ่นใหม่ๆ อยู่พอสมควร บางครั้งเราก็ไปโฟกัสเรื่องของปัจจุบันแต่ไม่เคยสนใจอดีต สิ่งสำคัญก็คือได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างมันไปเป็นพลวัตไปหมด เหมือนมีสรุปว่า Globalisation มันมีมานานแล้วเพียงแต่ว่ารูปแบบของมัน การแลกเปลี่ยน ครอบงำ การมีรูปแบบแต่ละยุคแต่ละสมัย มันก็แล้วแต่สัมพันธภาพของแต่ละสังคมหรือความคิดหลักที่อยู่ในใจช่วงนั้นๆ อ.เอนก เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนอัสสัมชัญ 2 ปี สนิทชอบพอกัน ดีใจที่ท่านได้เป็นรัฐมนตรีดูแลกระทรวงอุดมศึกษา ผมเองตอนเป็นอาจารย์ก็กรรมการของทบวงมหาวิทยาลัยหลายกรรมการ โดยเฉพาะกรรมการใหญ่ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งหลาย
ดร.โภคิน กล่าวต่อว่า หากเราอยากเก่งภาษาทุกอย่างที่เราสื่อสารใช้ภาษาอังกฤษผิดบ้างถูกบ้างชั่งมัน เดินไปตรงไหนนึกเป็นภาษาอังกฤษ ไปเรื่อยๆ ให้มันชิน แต่นี้เราทุกอย่างนึกเป็นภาษาไทยหมดเราจะเก๋งอังกฤษเป็นไปไม่ได้ ถ้าอยากจะขึ้นไปพูด speech เก่งต้องหมั่นฝึกพูด ผมพูดหน้าชั้นที่มหาวิทยาลัยปารีส ต้องพูดกฎหมายฝรั่งเศษให้คนฝรั่งเศสฟัง ผมเตรียมตัว1 อาทิตย์เต็ม พูดกับตัวเองหน้ากระจก 3 รอบ พอขึ้นไปพูดจริงๆ เหลือ 30% ถูกถามอีกตกใจ เพราะเราไม่ได้ถูกฝึก เช่นเดียวกันวันเนี่ยภาษานอกจากที่เราเข้าใจนี้แล้วที่น้องๆ มาทำเรื่องโค้ดดิ่งเนี้ย มันก็เป็นยุคใหม่ละ พูดง่ายๆ เมื่อคุณใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยคุณ คุณก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะสื่อสารผ่านภาษาของคอมพิวเตอร์ เพราะคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรียนรู้ภาษาอังกฤษ เขาต้องใช้ภาษาโค้ดดิ้ง ถ้าคุณสามารถเรียนภาษาโค้ดดิ้งได้ด้วย คือจะเขียนโปรแกรมยังไง ให้คอมพิวเตอร์สามารถที่จะมาเป็นเครื่องมือให้คุณได้
ขณะที่ในช่วงท้าย เป็นการปาฐกถาพิเศษ “Opportunity of Youth Development by AI technology under supervision of Bangkok Metropolitan Administration การพัฒนาเยาวชนด้วยปัญญาประดิษฐ์ภายใต้การบริหารของกรุงเทพมหานคร โดย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่ราชการกรุงเทพมหานคร

รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า เรื่องของ Coding เป็นเรื่องที่สำคัญในอนาคตและเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเมืองอีกด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาประสิทธิภาพของเมือง ดึงเทคโนโลยี Traffy fondue มาใช้ทำให้สามารถบอกได้ว่าใครเป็นเจ้าของปัญหาเรื่องนั้นๆ หากมีปัญหาตรงจุดใดเราสามารถบอกได้ว่าใครต้องเป็นผู้แก้ไข
2.การลดความเหลื่อมล้ำ การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ และเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดเพราะเด็กคืออนาคตของเมือง
3.การดึงคนเก่งเข้ามาในเมือง การเปิด“สภาเมืองคนรุ่นใหม่” เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่นำปัญหาที่อยากแก้มาอยู่ในพื้นที่ระดับนโยบาย ขณะนี้มีผู้สนใจส่งไอเดียมามากกว่า 100 ไอเดีย จะเห็นว่าหากเราเปิดโอกาสให้เยาวชนมีบทบาทในกทม. จะทำเยาวชนมีความหวังต่อเมืองมากขึ้น รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงาน CODING ERA’Next Wave of Thailand’s ยุคโค้ดดิ้ง :คลื่นลูกใหม่การศึกษาไทย ยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านโค้ดดิ้งต่างๆ โดยเฉพาะเว็บเบส CodeCombat แพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษา Coding ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ยังมีผลงานปัญญาประดิษฐ์จากทีมนักเรียน ชื่อทีม Nicasio จากโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ กรุงเทพฯ นำผลงานที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขัน IYMRC THAILAND 2022 ชื่อว่า “Smart Go Board” เป็นเครื่องคัดแยกเก็บเม็ดสีกระดานหมากล้อมโดยอัตโนมัติ โดย น.ส.อชิรญา เปี่ยมวิทย์ ตัวแทนของทีมที่เป็นผู้เขียนโปรแกรม เปิดเผยว่า ผลงานชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจมาจากที่กลุ่มเรา 4 คนเล่นหมากล้อม แล้วมีปัญหาหลังการเล่นเสร็จ ตัองมานั่งเก็บและคัดแยกเม็ดสี ซึ่งมันไม่สะดวก จึงคิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา และอยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาร่วมงานเยอะๆ เพราะมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และจะทำให้มีประสบการณ์ค่ะ


สำหรับงานดังกล่าว จะจัดขึ้นจัดระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2566 ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
