นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์การโจมตีในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด สำหรับการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกควบคุมตัวนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะใช้วิธีทำการทูต เพราะถือเป็นบุคคลที่บริสุทธิ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง รวมถึงการดูแลแรงงานไทยที่อยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอลที่ยังคงติดตามเพราะไม่สามารถออกจากบ้านได้ โดยรายงานอย่างไม่เป็นทางการ พบคนไทยเสียชีวิต 1 ราย ถูกกักขัง 11 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บยังไม่ทราบจำนวน ทั้งนี้ แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่อิสราเอลนั้น มีประมาณ 25,000 คน และมี 5,000 คนอยู่ในเขตที่มีปัญหาขัดแย้ง
หลังจากนี้ จะมีการตั้งศูนย์ประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ผู้บัญชาการทหารอากาศเตรียมพร้อม 24 ชม.ที่จะเดินทางไปร่วมกับทีมแพทย์ โดยเตรียมเครื่องบิน C130 ซึ่งสามารถขนคนกลับมาได้เที่ยวละ 423 คน ทั้งนี้ได้แจ้งไปยัง เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลแล้วว่าตนสามารถที่จะนำเครื่องบินไปรอคอยสแตนบายไว้ได้ เพื่อความรวดเร็วในการขนคนกลับ แต่เนื่องจากขณะนี้น่านฟ้ายังไม่เปิด แต่ถ้าเลิกล็อกดาวน์สามารถให้คนออกจากบ้านได้และความรุนแรงลดระดับลงแล้ว ก็จะพิจารณาใหม่ โดยเชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศและกองทัพอากาศกำลังประเมินสถานการณ์กันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ตนให้ความกังวลใจในระดับสูงสุด และให้ความสำคัญสูงสุด
รมว.แรงงาน มีความห่วงใยต่อแรงงานไทยที่ไปทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุจรวดโจมตีจากฉนวนกาซาไปยังหลายพื้นที่ในอิสราเอล รมว.แรงงาน มีความห่วงใยต่อแรงงานไทยที่ไปทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล จึงได้สั่งการให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอลเร่งตรวจสอบและดูแลแรงงานอย่างใกล้ชิดทันที เบื้องต้นพบว่า มีแรงงานไทยถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บแล้ว 1 ราย ทราบชื่อคือ นายชาตรี ชาศรี อายุ 38 ปี เดินทางโดยกรมการจัดหางานจัดส่งไปทำงานเกษตร นอกจากนี้ ยังพบว่ามีแรงงานไทยอีก 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยาถูกจับตัวไว้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งทางกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่ ที่เป็นภูมิลำเนาของแรงงานไทย เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารสร้างขวัญกำลังใจ พร้อมชี้แจงการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายให้แก่ญาติทราบในทันที ปัจจุบัน มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล รวมทั้งสิ้นประมาณ 29,900 คน โดยเป็นแรงงานที่อยู่อาศัยบริเวณเมือง Netivot , Sderot, Ashkelo และพื้นที่ใกล้เคียง ประมาณ 5,000 คน
กองทัพอากาศ เตรียมเครื่องบิน กำลังพล และยุทโธปกรณ์ พร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอลกลับประเทศ
พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมความพร้อมปฏิบัติภารกิจอพยพคนไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการ และหาทางอพยพคนไทยกลับประเทศ เบื้องต้นกองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินแบบ Airbus A340-500 และเครื่องบินแบบ C-130 ซึ่งเคยใช้ในการอพยพคนไทยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศตุรกีและเหตุการณ์ความไม่สงบในสาธารณรัฐซูดานที่ผ่านมา รวมถึงเตรียมความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การพิจารณาความพร้อมของสนามบินปลายทาง การเตรียมการลำเลียงทางอากาศสายแพทย์ การรักษาความปลอดภัย เป็นต้น โดยพร้อมปฏิบัติภารกิจได้ทันทีเมื่อได้รับสั่งการจากรัฐบาล ทั้งนี้ จะติดตามสถานการณ์และประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
